สิ่งที่ต้องดูแล หลังซื้อรถมือสองมาใช้งาน

สิ่งที่ต้องดูแล หลังซื้อรถมือสองมาใช้งาน

83 / 100

สำหรับใครที่ตัดสินใจซื้อรถมือสอง และได้ตรวจเช็คความพร้อมใช้งานของรถมือสองกันมาแล้ว สิ่งสำคัญอีกสิ่งหนึ่งก็คือการดูแลรักษารถมือสอง ซึ่งไม่ได้ยากเกินไปหากเราหมั่นดูแลรถอย่างสม่ำเสมอ ก็สามารถใช้งานได้ดีและอยู่กับเราไปอีกนาน 10 ข้อแนะนำ สิ่งที่ต้องดูแลหลังซื้อรถมือสองมาใช้งาน

ตรวจเช็คตามตารางซ่อมบำรุง

ตรวจเช็คตามตารางซ่อมบำรุง

เมื่อใช้รถก็ต้องมีการซ่อมบำรุงไปตามอายุการใช้งาน ถ้ารถมือสองที่ได้มามีคู่มืออยู่ครบ ก็สามารถดูได้ว่าระยะเวลาเท่าไหร่ เราควรตรวจเช็คอะไรได้บ้าง หรือหากไม่มีแล้ว ก็สามารถค้นหาจากกูเกิ้ลได้ไม่ยาก ซึ่งการซ่อมบำรุงนี้จะเป็นการดูแลรักษารถยนต์และตรวจเช็คอาการว่ามีอะไรผิดปกติบ้าง หากเจออาการก็จะได้รักษาแต่เนิ่นๆ ไม่ปล่อยให้ลุกลาม เพราะถ้ามีชิ้นส่วนใดพังหนักๆ ขึ้นมาจะซ่อมลำบาก หากเรารู้จุดผิดปกติและแก้ไขแต่แรก รถก็ใช้งานได้ดีต่อไปอีกนาน ที่สำคัญอย่าลืมบันทึกและเก็บข้อมูลเหล่านี้เอาไว้ เพื่อจะได้รู้ว่าเราได้ซ่อมอะไรไปแล้วบ้าง ครั้งต่อไปต้องเช็คอะไรอีก และหากใช้ๆ ไปเกิดเบื่ออยากขายขึ้นมา สิ่งเหล่านี้จะเป็นเอกสารชั้นดีที่ผู้ซื้อตัดสินใจซื้อรถเราได้ง่ายขึ้น

เปลี่ยนถ่ายของเหลวตามกำหนด

เปลี่ยนถ่ายของเหลวตามกำหนด

หลังจากที่เรารับรถมาและจัดการเปลี่ยนถ่ายของเหลวทุกอย่างหมดแล้ว ก็ต้องบันทึกไว้ด้วยว่าเปลี่ยนถ่ายอะไรไปแล้วบ้าง ของเหลวแต่ละชนิดควรเปลี่ยนถ่ายที่ระยะเท่าไหร่ น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเบรก ฯลฯ ควรเปลี่ยนตอนไหน รวมไปถึงน้ำยาหล่อเย็น น้ำยาเช็ดกระจก ก็ลองเปิดเช็คดูว่าพร่องไปมากน้อยแค่ไหน แล้วเติมให้อยู่ในระดับปกติให้เรียบร้อย

ซื้อรถมือสอง หมั่นสังเกตเสียงเครื่องยนต์

ซื้อรถมือสอง หมั่นสังเกตเสียงเครื่องยนต์

เมื่อเราใช้รถเป็นประจำทุกวัน จะคุ้นเคยกับรถดีขึ้น สามารถสังเกตสิ่งปกติต่างๆ ของตัวรถได้แม่นยำขึ้น หมั่นสังเกตเสียงเครื่องยนต์ ว่าดังผิดปกติอะไรหรือเปล่า รวมไปถึงเสียงอื่นๆ เช่น เสียงเบรกเอี๊ยดอ๊าด เสียงเวลาเลี้ยวรถ เสียงกึกกักจากชิ้นส่วนหลวม เสียงยางล้อรถยนต์ดังวืดๆ เป็นต้น เมื่อได้ยินเสียงอะไรที่แปลกไปจากเดิม จะได้หาสาเหตุและแก้ไข

หมั่นดูความผิดปกติบนหน้าปัดรถยนต์

หมั่นดูความผิดปกติบนหน้าปัดรถยนต์

ขับรถอย่ามองไปข้างแต่เพียงอย่างเดียว บนหน้าปัดรถยนต์ยังมีไฟสัญญาณเตือนอีกมากมายที่เป็นตัวช่วยอย่างดีในการแจ้งเตือนความผิดปกติของรถ เมื่อสังเกตเห็นไฟแจ้งเตือนต้องสงสัยไว้ก่อนเลยว่ารถมีอะไรผิดปกติหรือเปล่า หรือเข็มความร้อนขึ้นสูงตลอดเวลา รถร้อนเกินไปหรือเปล่า และเพื่อความมั่นใจ สมัยนี้มีอุปกรณ์ที่ช่วยตรวจจับและเช็คอาการรถยนต์อยู่มากมาย และไม่ได้แพงเลย เช่น OBDII, เกจวัดโวลต์, เกจวัดความร้อน เป็นต้น ลองหามาติดรถแล้วจะทำให้เราใช้รถได้ง่ายและสบายใจยิ่งกว่าเดิม

เช็ครถให้เป็นนิสัย

เช็ครถให้เป็นนิสัย

เนื่องจากเป็นรถมือสอง การตรวจเช็ครถอย่างสม่ำเสมอจะทำให้เราสังเกตอาการรถและรู้จุดที่ต้องแก้ไขได้ง่ายขึ้น ทางที่ดีควรเปิดฝากระโปรงตรวจดูความเรียบร้อย ซักสองอาทิตย์ครั้งกำลังดี เช็คดูน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ ว่ายังอยู่ปกติดี ไม่มีน้ำมันเยิ้ม น้ำยาหล่อเย็นไม่ลด ไม่รั่วซึม ท่อไม่อ่อนหรือแข็งเกินไป ไม่มีร่อยรั่วหรือท่อหลุด สายไฟหลุด น้ำกลั่นแบตเตอรี่อยู่ดี พัดลมหมุนดี เป็นต้น โดยเฉพาะก่อนเดินทางไกล ควรต้องเช็ครถให้พร้อมก่อนเดินทาง เพราะเกิดรถเป็นอะไรกลางทางขึ้นมาจะลำบาก

เช็คลมยาง เปลี่ยนยางเมื่อถึงกำหนด

เช็คลมยาง เปลี่ยนยางเมื่อถึงกำหนด

เช็คลมยางว่าไม่อ่อนหรือแข็งเกินไป ถ้ายางอ่อนเกินไปรถจะหนักขับเคลื่อนลำบาก และยังอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ส่วนจะอยู่ที่ตัวเลขเท่าไหร่นั้น คู่มือรถมีบอก และยังมีเขียนบอกติดรถไว้ ส่วนใหญ่จะอยู่ข้างในใกล้ๆ กับประตูรถ นอกจากเรื่องเติมลมยาง ก็ดูยางรถว่าดอกยางสึกสมควรเปลี่ยนแล้วหรือยัง ควรต้องเปลี่ยนยางใหม่แล้วหรือยัง ซึ่งโดยทั่วไปมักจะสลับยางโดยเปลี่ยนยางหลังมาไว้หน้า แล้วเอายางหน้าไปไว้หลัง ซึ่งวิธีการนี้ยังช่วยยืดอายุการใช้ยางรถยนต์ไปได้อีก และหากเห็นว่าควรเปลี่ยนยางใหม่กสามารถเลือกได้ทั้งยางใหม่ หรือเลือกเป็นยางเปอร์เซ็นต์เพื่อประหยัดงบ

เช็คไฟรถยังติดดีทุกดวง

เช็คไฟรถยังติดดีทุกดวง

ใช้รถไปนานๆ เข้า บางทีเราก็ไม่รู้ว่าไฟยังติดอยู่ครบทุกดวงหรือเปล่า อย่างไฟหน้าขาดไปก็ยังพอสังเกตได้ แต่ไฟหลังบางทีเราก็มองไม่เห็น ควรตรวจเช็คบ้างดู ไฟหรี่ ไฟตา ไฟเลี้ยว ไฟฉุกเฉิน ติดหมดทุกดวง ส่วนด้านหลังไฟเบรกอาจต้องให้คนนึงช่วยเหยียบเบรก คนนึงช่วยดูว่าติดมั้ย หากเจอว่าไฟดวงใดดวงหนึ่งขาดรีบแก้ไข ถ้าปล่อยทิ้งไว้จะเกิดอันตรายในการใช้รถใช้ถนน

หมั่นนำออกมาใช้ ไม่จอดทิ้งไว้

หมั่นนำออกมาใช้ ไม่จอดทิ้งไว้

บางคนมีรถแต่ไม่ค่อยได้เดินทางออกไปไหน จอดไว้มากกว่าขับเสียอีก เพื่อให้รถยังคงใช้งานได้ดี รวมไปถึงเครื่องยนต์ต่างๆ ยังใช้งานได้ดีมีประสิทธิภาพ อย่างน้อยถ้าไม่ได้ออกไปไหนก็ควรสตาร์ทเครื่องวอร์มไว้ซัก 5-10 นาที ป้องกันแบตเสื่อม สลับเปลี่ยนเกียร์ เหยียบเบรกบ้าง ให้น้ำมันเกียร์และระบบเบรกได้ทำงาน ทางที่ดีควรนำรถออกไปวิ่งสักอาทิตย์หรือสองอาทิตย์ครั้งเพื่อให้ระบบการทำงานหมุนเวียนดี น้ำมันเครื่องเข้าไปเคลือบชิ้นส่วนต่างๆ ภายในได้ดีไม่ปล่อยให้ชิ้นส่วนแห้งหรือสึกหรอ แบตได้ชาร์จไฟเต็มระบบ ให้ยางรถยนต์ได้เคลื่อนที่ไม่แข็ง

อย่าปล่อยให้รถเป็นคราบนานๆ

อย่าปล่อยให้รถเป็นคราบนานๆ

บางคนเห็นว่าเป็นรถเก่าแล้วไม่ค่อยได้ล้างรถ ไม่ค่อยได้ดูแล นานๆ ล้างที ถ้ามีแค่ฝุ่นละอองก็อาจไม่เป็นอะไรมาก แต่ถ้าเป็นพวกคราบน้ำ คราบโคลนหรือสิ่งสกปรกที่ติดอยู่นานๆ ยางจากต้นไม้ ขี้นก หรืออะไรแบบนี้ เวลาติดอยู่กับรถนานๆ จะทำให้สีรถหลุดลอกออกได้ง่าย ทีนี้ถ้าจะต้องมาซ่อมสีจะเปลืองเงินไปเปล่าๆ ดังนั้นหากเจอคราบสกปรกเปล่านี้ให้รีบล้างทำความสะอาด หากต้องจอดรถไว้นานควรจอดในที่ร่มหรือมีผ้าคลุมรถเอาไว้

ดูดฝุ่น ทำความสะอาดภายในรถ

ดูดฝุ่น ทำความสะอาดภายในรถ

อยากมีรถสะอาดเหมือนใหม่อย่าปล่อยให้รถรกหรือสกปรกจนเกินไป บางคนเก็บแทบทุกอย่างไว้ในรถโดยไม่นำออกบ้าง หากรถเต็มไปด้วยของใช้มากมาย นอกจากจะดูรกหูรกตา ก็ยังทำให้รถหนักขึ้นโดยไม่จำเป็น อีกทั้งหมั่นทำความสะอาด ดูดดฝุ่นบ้าง เพื่อให้รถกลับมาสวยงามน่าใช้เหมือนใหม่ ถึงจะเป็นรถมือสองก็สวยได้นะจ๊ะ

หลากหลายวิธีดีๆ ที่นำมาฝากกัน สำหรับคนที่มีรถมือสองหรือรถเก่าก็สามารถนำไปปรับใช้กันได้ จะได้มีรถดีๆ ขับไปนานๆ

มองหารถมือสองสภาพดี เลือก ChangDrive
LINE: @changdrive

Comments (0)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *